หากมีคำถาม ขอให้ไปโพสต์ลง เว็บบอร์ดจีทูจีเน็ตดอตคอม ตัวใหม่แทนน่ะครับ

หรือติดต่อเข้ามาทาง Inbox ที่ เฟซบุ๊ค ผมครับ

หน้าหลัก
ข่าวสาร - บทความ ทั้งหมด
VB 6/VB.Net
ASP/ASP.Net
จับฉ่ายคอมพิวเตอร์
เรียนรู้ผ่าน Flash Movie
บทความที่มีผู้ตอบล่าสุด  
 RSS Feeds
 ดาวน์โหลดโปรแกรม RSS Reader ได้ที่นี่ ...   Download โปรแกรม RSS Reader

Forum - www.g2gnet.com
Webmaster - www.g2gnet.com
Visitors - Session views
 5 3 5 7 6 5 3

7 ธันวาคม พ.ศ.2549
120 Users On-Line.
Visitors - Page views
 8 6 9 3 9 6 5
1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2551

Google   
เว็บ g2gnet.com
ขนาดตัวอักษร:  

แนวทางของนักจับฉ่ายคอมพิวเตอร์ (ALL-IN-ONE)

Category »  จับฉ่ายคอมพิวเตอร์
โดย : Webmaster เมื่อ 6/11/2549 18:34:00
(อ่าน : 25265) 

ผู้ประกอบการรายเล็ก รายย่อย ไปถึงขนาดกลาง ก็คงไม่กล้าลงทุนพอที่จะไปจัดซื้อจัดหาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เช่น ระบบบัญชี ระบบสินค้าคงคลัง ระบบเงินเดือน เป็นต้น ด้วยวิธีการสั่งทำ Application Program ขึ้นมาโดยเฉพาะ จำเป็นต้องพึ่งพาโปรแกรมสำเร็จรูปต่างๆที่มีขายกันอยู่ในทุกวันนี้ ก็เปรียบเหมือนกับการที่คุณไปซื้อบะหมี่สำเร็จรูป เช่น มาม่า ยำยำ ซองละ 5 บาท แล้วนำมาเปรียบเทียบกับการไปสั่งก๋วยเตี๋ยวชามละ 20 บาท (ตามสั่ง) มารับประทาน ประมาณนั้นแหละครับ ซึ่งในลักษณะสไตล์การทำงานของผมนั้น ผมไม่ได้ขายบะหมี่สำเร็จรูป และไม่ได้ขายก๋วยเตี๋ยวด้วย แต่คุณต้องไปซื้อมาม่า แล้วนำมาให้ผมปรุงแต่งให้คุณรับประทานอีกทีหนึ่ง เพื่อให้รสชาติมันใกล้เคียงกับเจ้าที่เขาขายก๋วยเตี๋ยวตามสั่ง (รสแซ่บ) ยังไงยังงั้นครับ

ดังนั้นเจ้าโปรแกรมสำเร็จรูปที่มีขายกันอยู่นี่ เวลาคนเขียนโปรแกรมเขาออกแบบมา ก็จะจัดทำในลักษณะเป็นกลางๆ คือคาดว่าผู้ใช้งานส่วนใหญ่เขาจำเป็นที่จะต้องใช้ คิด คิด คิด ...หากส่วนไหนที่ไม่มี หรือไม่ค่อยตรงกับงานก็คงต้องติดต่อกับผู้พัฒนาเพื่อให้ทำการแก้ไขให้ใหม่ แน่นอนครับย่อมเกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นตามมาแน่ ส่วนจะมากจะน้อยขนาดไหน ก็ขึ้นอยู่กับความเมตตาปราณีของท่านผู้พัฒนาโปรแกรมนั่นแหละครับ ผมคงไม่ขอวิจารณ์ก็แล้วกันน่ะขอรับ และนี่ก็คือที่มาของการทำงานแบบ Freelance หรือ "มือปืนรับจ้าง" ที่สามารถสอดแทรกเข้าไปได้โดยการไม่ต้องมานั่งเขียนโปรแกรมสำเร็จรูปขาย

ผมขอยกตัวอย่างงาน เพื่อให้ท่านมองภาพได้ชัดเจนขึ้น หรือไว้ให้ท่านที่อยากว่าจ้างงานกับเหล่าบรรดา Freelance รวมไปถึงน้องๆนักศึกษาที่พึ่งจบ หรือ กำลังจะจบได้พอนำไปลองวางแนวทางในการทำงานของตัวเองดูบ้างแล้วกันน่ะขอรับ

ร้านเช่าหนังสือการ์ตูน - นิยาย - เรื่องสั้น (Book Rent Project)

หลบจาก ม.4 มาเรียนสายช่าง มันก็ดีอย่างงี้แหละครับStart & Run: กระบวนการเริ่มต้นก็ตั้งแต่จัดหาฮาร์ดแวร์ เช่น คอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ เครื่องอ่านบาร์โค้ด ซึ่งทั้งหมดนี้ผมไม่ได้ซื้อที่ขอนแก่นหรอกครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ทั้งๆที่มีตัวแทนรายใหญ่อย่าง D - Computer หรือ Synnex เขามาตั้งสาขาที่ขอนแก่นแล้ว แต่ทำไมราคาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในขอนแก่น ถึงได้กลับแพงกว่าที่กรุงเทพฯมากเสียเหลือเกิน คือราคาก็พอๆกับที่ตัวแทนจำหน่ายเหล่านี้ยังไม่ได้มาตั้งก่อนหน้านี้เสียอีก แล้วเมื่อไหร่ขอนแก่นจะเป็นเมือง IT ตามที่ออกข่าว เป่าหูซะที เฮ้อ ...... (แกล้งโง่ไปงั้นแหละ)

ปกติแล้วผมจะสั่งซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ประจำ จากทาง บริษัทฯ Advice (ถือโอกาสแนะนำเลย ผมเองก็จำไม่ได้ว่าซื้อไปกี่เครื่องแล้ว) ผ่านทางอินเทอร์เน็ตหรือโทรศัพท์ แล้วแต่สะดวก ซึ่งผมก็จะแนะนำ Spec เครื่องให้กับทางลูกค้าของผม ซึ่งลูกค้าก็จะรู้ราคาจริงที่สั่งซื้อ (ตรวจสอบราคาได้ที่นี่ ...) สั่งไปวันนี้ พรุ่งนี้ของมาถึง ค่าขนส่ง 3 กล่อง (คอมพิวเตอร์ 1 ชุด) ก็ราวๆ 120 - 160 บาท (ขน RAM มาขายได้นับเป็นพันๆตัวเลยทีเดียวล่ะ) แล้วผมก็จะประกอบให้ในวันที่ของมาถึงทันที โดยคิดค่าแรง 1,XXX ต่อเครื่อง (งานอื่นๆก็คิดเหมือนกัน)

เมื่อได้ฮาร์ดแวร์มาแล้ว ต่อไปก็เป็นซอฟท์แวร์ ผมก็ใช้การ Search หาจากอินเทอร์เน็ต แล้วลอง Download มาทดสอบดูและเลือกไปให้ลูกค้าเขาตัดสินใจเอง แน่นอนอีกนั่นแหละ ลูกค้าก็จะรู้ราคาโปรแกรมจริงๆด้วย (ค่าสมอง ค่าแรง ค่าวางระบบก็ไปบวกกันอีกทีภายหลัง) โดยที่ผมก็จะเป็นคนให้คำแนะนำ เปรียบเทียบข้อดี ข้อเสียของแต่ละตัว พร้อมกับต้องดูแนวทางในการนำข้อมูล (DataBase) ที่มีอยู่มาพัฒนาต่อยังไงด้วยน่ะครับ เช่น อย่างลูกค้ารายนี้ เขาเปิดร้านมินิมาร์ทด้วย เขาจะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่คอยควบคุมสต็อกสินค้าอยู่ชั้น 2 ร้านเช่าหนังสือจะอยู่ชั้นล่างให้พนักงานจัดการไป ซึ่งลูกค้าเขาต้องการจะใช้เครื่องที่ชั้น 2 เพื่อคอยตรวจสอบข้อมูล และอื่นๆที่ต้องการ แต่เจ้าโปรแกรมที่ผมหามาได้เนี่ย มันทำงานได้แบบเครื่องเดี่ยว (Stand Alone) ทั้งนั้นเลย ดังนั้นขั้นตอนนี้ก็คือ การพัฒนาโปรแกรมเพิ่มเติมขึ้นมาอีก ให้มันทำงานในแบบเครือข่ายได้ โดยอาศัยฐานข้อมูลเดิมที่มีอยู่ (งานในลักษณะนี้นี่แหละครับที่ผมเป็น "มือปืนรับจ้าง" มาตลอด ... มักหลายเด้อ) ในกรณีอย่างนี้อาจจะไม่มีความจำเป็นก็ได้ ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า และ การนำเสนอแนะแนวทาง บวกฝีมือของเราเองประกอบเข้าด้วยกันน่ะครับ

พิมพ์รหัสบาร์โค้ด โดยการเลือกตำแหน่งการพิมพ์

และนี่แหละครับคือวิธีการนำบะหมี่สำเร็จรูป มาดัดแปลง ปรุงแต่ง ให้น่าทาน ใกล้เคียงกับสั่งก๋วยเตี๋ยวตามสั่ง งานนี้ ... โปรแกรมสำเร็จรูปที่มีอยู่เขาก็จะพ่วงการทำบาร์โค้ดเข้ามาด้วยครับ แต่ทว่าผู้ใช้งานต้องมาตั้งค่าโน่น ค่านี่ ยั๊วเยี๊ยะไปหมด แถมต้องพิมพ์ลงบนกระดาษ A4 อีก ท่านก็ลองนึกถึงหนังสือนับพันๆเล่มดูซิครับ การพิมพ์ลงกระดาษ A4 แล้วค่อยๆ์มาหั่น มาซอยทีละแผ่นเล็กๆ จากนั้นแปะกาวไปติดหนังสือแต่ละเล่ม สุดท้ายเอาสก็อตเทปปิดทับอีกชั้นหนึ่ง โอ้โฮ ... แค่คิดก็มันส์แล้วครับ เฮ้อ ... การปรุงแต่งก็เริ่มขึ้นด้วยการพัฒนาโปรแกรมเล็กๆ สั่งให้พิมพ์รหัสบาร์โค้ด ลงบนกระดาษกาว (Label) ที่มีขายกันเกลื่อนเมือง ให้ได้ตามขนาด และ จำนวนของกระดาษกาวที่ต้องการ (รหัสที่ใช้ก็เอาง่ายๆเช่น Code 39 หรือ Code 128)

โปรแกรมเล็กๆ ง่ายๆ กระทัดรัด ไม่ยุ่งยาก สลับซับซ้อน
โปรแกรมพิมพ์บาร์โค้ดแบบเรียงตัวเลขอัตโนมัติ หรือ กำหนดเองได้
สามารถกำหนดตำแหน่งการพิมพ์ลงบนแถบกระดาษกาวได้


ส่วนผู้ใช้งาน - User ก็ไม่จำเป็นต้องไปปรับกั้นซ้าย กั้นขวา กั้นหน้า กั้นหลัง ระยะห่าง ........ ของกระดาษเลย (อย่าลืมน่ะครับว่าคนเขียนโปรแกรมขึ้นมา ไม่ได้ใช้งานเอง ดังนั้นต้องคำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นหลักด้วย) ผู้ใช้งานก็เพียงใส่ตัวเลขที่ต้องการ แล้วป้อนกระดาษเข้าเครื่องพิมพ์ตามตำแหน่งที่ตัวกั้นมันตั้งเอาไว้แค่นี่ ก็เป็นอันเสร็จพิธีแล้ว และก็ไม่ต้องไปสิ้นเปลืองหมึกที่ต้องใช้พิมพ์ชื่อหนังสือหรอกครับ หนังสือมันก็มีชื่ออยู่ทุกเล่มอยู่แล้ว อ้อ ... ยิ่งร้านนี้เขาลงทุนทำปกแข็ง หุ้มพลาสติคอีกชั้นหนึ่งด้วยทนทานนานอยู่แล้ว

 

พิมพ์ลง A4 ก่อนค่อยพิมพ์บาร์โค้ดลงไปด้วยประสบการณ์ที่เก็บเกี่ยวมาในชีวิต ผมจึงทำงานในแบบฉบับของ "ALL-IN-ONE" หรือ แปลเป็นไทยๆว่า "จับฉ่าย" นั่นแหละครับ เริ่มต้นงานนี้จากการเป็นช่างประกอบเครื่อง ต่อมาก็เป็น Programmer งานต่อไปคืองาน Graphic Design โดยการออกแบบบัตรสมาชิก ให้มัน "ดูดีมีชาติตระกูล" กันสักหน่อยครับ ออกแบบให้ได้ส่วนเล็กๆหลายๆใบ แล้วก็ส่งพิมพ์ออกทางกระดาษ A4 พอพิมพ์เสร็จปั๊บ ยังครับยังไม่ต้องไปหั่นมัน ยังต้องมานั่งเขียนโปรแกรมเล็กๆ (อีกแล้ว) เพื่อพิมพ์บาร์โค้ดเรียงตามหมายเลขลงไปให้ถูกตำแหน่งที่ต้องการเสียก่อน จากนั้นค่อยนำกระดาษมาตัดเป็นส่วนๆ แล้วจัดการเคลือบพลาสติคไว้อีกชั้นหนึ่งบัตรสมาชิก

ก่อนเปิดร้านก็ต้องสอนการใช้งานโปรแกรมให้กับเจ้าของร้านและลูกน้องเขาก่อนซิครับ อย่าไปคิดว่าเขาจะมี Common Sense ในการเรียนรู้วิธีการใช้งานได้เองน่ะครับ ... ขอร้อง หากคิดได้อย่างนี้แสดงว่าคุณไม่เคยอยู่ใกล้ชิด หรือ เข้าใจกับเหล่าบรรดา User เลย นอกจากนั้นต้องรวมไปถึงวิธีการบำรุงรักษาข้อมูล ซึ่งตรงนี้ผมก็ไม่ค่อยจะไปซีเรียสสักเท่าไหร่นัก ก็เพราะผมเขียน โปรแกรมตั้งเวลา (Schedule Time) เพื่อให้ Compact และ Repair ข้อมูลของ Microsoft Access แบบอัตโนมัติเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนการ Backup ก็ยิ่งขนมไปใหญ่ เพราะผมไม่เคยคาดหวังกับบรรดาผู้ใช้ (End User) เขาสักเท่าไรหรอกกับการบำรุงรักษาข้อมูล รายไหนรายนั้นครับ ทำไปได้สักระยะนึง พักหลังก็เริ่มอุจจาระเกียจแล้ว นู้น ... ตอนข้อมูลพัง หรือ เจอไวรัสถล่มซะก่อน แล้วถึงมานั่งคิด สำนึกผิด ตูไม่น่าเลยๆๆๆๆๆๆ ฮือฮือฮือ

บทสรุปในเรื่องของราคาการว่าจ้าง ... บอกตรงๆ ผมมีคำตอบให้กับตัวเองได้ แต่ผมกลับไม่มีความสามารถจะหา้คำตอบให้กับทุกๆท่านที่ได้อ่านบทความนี้เลยครับ หรือท่านใดคิดว่ามีคำตอบให้กับคนอื่นได้ ช่วยกรุณาบอกผมมาด้วยเถิดน่ะครับ ... ผมขอขอบคุณไว้ล่วงหน้าเลยครับ


จี ทู จี เน็ต ดอต คอม - g2gNet Dot Com
เลขทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 0407314800231
CopyLeft © 2004 - 2099 g2gNet.Com All rights reserved.
Email: [email protected] หรือ โทร. 08-6862-6560